โหมดมืด
สอบย้อนสินค้า
จากใบสั่งผลิตหนึ่งใบ ไล่ย้อนไปว่าวัตถุดิบล็อตไหนถูกใช้ และไล่ไปข้างหน้าว่าของออกไปหาใคร
ใช้ตอนไหน
ตอนที่ต้องตอบคำถามให้ได้ภายในไม่กี่นาที ไม่ใช่ไม่กี่วัน
- ลูกค้าแจ้งปัญหาสินค้าล็อตหนึ่ง — ล็อตนี้ใช้วัตถุดิบจากใครบ้าง และของชุดเดียวกันส่งไปที่ไหนอีก
- ผู้ขายแจ้งว่าวัตถุดิบล็อตหนึ่งมีปัญหา — ล็อตนั้นเข้าไปอยู่ในสินค้าใบไหนบ้าง
- ผู้ตรวจสอบขอดูเส้นทางของสินค้าหนึ่งล็อตตั้งแต่รับเข้าจนส่งออก
เส้นทางนี้ให้อะไร
ตั้งต้นที่ ใบสั่งผลิต แล้วแตกออกสองทาง
ย้อนกลับ (ไปหาต้นทาง) ใบสั่งผลิต → ใบเบิกวัตถุดิบ → ล็อตวัตถุดิบ → ใบรับของ → ใบสั่งซื้อ → ผู้ขาย · และจากใบรับของแตกไปที่ ใบตรวจคุณภาพขาเข้า ของล็อตนั้นด้วย
ไปข้างหน้า (ไปหาปลายทาง) ใบสั่งผลิต → สินค้าที่ผลิตได้ → ใบส่งของ → ลูกค้า
ระหว่างทางยังบอกด้วยว่า ของที่เบิกจริงต่างจากสูตรที่วางไว้แค่ไหน — เทียบรายการใน BOM กับรายการที่เบิกจริง แล้วแสดงส่วนต่างเป็นรายบรรทัด
นับของคืนให้แล้ว
โรงงานส่วนใหญ่เบิกวัตถุดิบเกินไว้ก่อนแล้วคืนของที่เหลือเข้าคลัง ตัวเลขที่แสดงคือ เบิกออกหักด้วยที่คืนกลับ ไม่ใช่ยอดเบิกดิบ — ถ้านับดิบจะเห็นว่าใช้เกินสูตรทุกใบทั้งที่ไม่จริง
ตามจำนวน ไม่ใช่แค่ตามเส้น
เส้นทางข้างบนตอบว่า ล็อตนี้เกี่ยวข้องกับใบไหนบ้าง ซึ่งพอสำหรับการตั้งต้นสืบสวน แต่ไม่พอสำหรับคำถามที่ตามมาทันทีเสมอ — เกี่ยวข้องแค่ไหน
ล็อตวัตถุดิบหนึ่งล็อตที่ถูกใช้กับใบสั่งผลิตยี่สิบใบ ไม่ได้แปลว่ายี่สิบใบนั้นมีความเสี่ยงเท่ากัน บางใบใช้ไปครึ่งล็อต บางใบใช้ไปสองกิโล การรู้ปริมาณเปลี่ยนลำดับว่าจะไปดูใบไหนก่อน
ระบบจึงคิดปริมาณให้สองชั้น
ชั้นที่หนึ่ง — ใบสั่งผลิตไหนกินล็อตไหนไปเท่าไร เป็นข้อเท็จจริงล้วนจากเอกสารที่ยืนยันแล้ว สุทธิหลังหักของที่คืนกลับคลัง
ชั้นที่สอง — ล็อตนั้นไปโผล่ที่สินค้าตัวไหนและลูกค้ารายไหนบ้าง ไล่ต่อผ่าน สินค้ากึ่งสำเร็จรูปจนถึงใบส่งของ
ชั้นที่สองใช้ข้อสมมติหนึ่งข้อ และต้องรู้ก่อนใช้
เมื่อของหลายล็อตเข้าไปในใบสั่งผลิตเดียวกัน มันผสมกันจริงในทางกายภาพ และไม่มีทาง รู้ว่าส่วนไหนของล็อตไหนไปอยู่ชิ้นไหน ระบบจึงกระจายตามสัดส่วนจำนวน
นี่เป็นข้อสมมติเรื่องกายภาพ ไม่ใช่นโยบายว่าใครควรรับผิดชอบ — และมันหมายความว่า ตัวเลขชั้นที่สองเป็นการประมาณที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อพิสูจน์
ใช้ตีวงว่าต้องไปดูตรงไหน ไม่ใช่ยืนยันขอบเขตการปนเปื้อน
การเรียกคืนจริงต้องเผื่อกว้างกว่าที่รายงานบอกเสมอ การกระจายตามสัดส่วนไม่ได้พิสูจน์ว่า สินค้าที่ไม่ติดอยู่ในรายการนั้นปลอดภัย มันบอกได้แค่ว่าโอกาสน้อยกว่า — และความปลอดภัยอาหารไม่ตัดสินด้วยโอกาส
จำนวนที่แสดงเป็นหน่วยของล็อตต้นทาง ไม่ใช่หน่วยของสิ่งที่อยู่ตรงจุดนั้น ถ้าล็อตต้นทาง เป็นกิโลกรัม ตัวเลขที่ช่องสินค้าสำเร็จรูปก็ยังเป็นกิโลกรัมของวัตถุดิบนั้น ไม่ใช่จำนวนกล่อง
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้
ล็อตวัตถุดิบหนึ่งล็อตมักถูกใช้กับหลายใบสั่งผลิต เป็นเรื่องปกติของการซื้อเป็นล็อตใหญ่ เมื่อไล่ย้อนจากล็อตจึงอาจได้ใบสั่งผลิตหลายใบ ไม่ใช่ใบเดียว — นั่นคือความจริง ไม่ใช่ความผิดพลาด
การไล่จากสินค้ากึ่งสำเร็จรูปกลับไปหาใบสั่งผลิตที่ผลิตมันขึ้นมา เป็นระดับ Inferred เพราะต้องดูจากรายการเบิก–รับของคลัง ไม่มีช่องที่ชี้ตรง ใช้ตั้งคำถามได้ ใช้ยืนยันไม่ได้ — ดูระดับความมั่นใจ
ผลตรวจคุณภาพมีเฉพาะขาเข้า เส้นทางนี้ดึงใบตรวจของวัตถุดิบตอนรับเข้ามาให้ แต่ไม่มีผลตรวจ ระหว่างผลิตหรือตรวจสินค้าสำเร็จรูป เพราะที่ไซต์นี้ยังไม่มีการบันทึกการตรวจสองแบบนั้นเลย — ดูผลตรวจคุณภาพในเส้นทาง
ผลตรวจคุณภาพในเส้นทาง
ใบตรวจคุณภาพห้อยอยู่กับใบรับของ ไม่ใช่กับใบสั่งผลิต — จึงตอบได้ว่า วัตถุดิบที่ใบสั่งผลิตนี้ใช้ ถูกตรวจตอนรับเข้าหรือเปล่า และรายงานว่าอะไร แต่ตอบไม่ได้ว่ามีการตรวจอะไรระหว่างผลิต
ทำไมไม่ห้อยกับใบสั่งผลิต
วัดจากข้อมูลจริงแล้ว ใบตรวจที่ยืนยันแล้วทุกใบอ้างถึงใบรับของ ไม่มีใบไหนอ้างถึงใบสั่งผลิต หรือใบเบิกของใบสั่งผลิตเลยแม้แต่ใบเดียว ถ้าไปผูกกับใบสั่งผลิตตามที่วางแผนไว้ตอนแรก ขั้นนี้จะขึ้นว่าไม่เจอทุกเส้นทาง
ครอบคลุมเกือบทั้งหมด — เส้นทางที่เดินไปถึงใบรับของ เจอใบตรวจแทบทุกเส้น ที่เหลือคือใบรับของที่ไม่ได้ถูกตรวจจริง ๆ
ทุกใบขึ้นว่า "ผ่าน"
ยังไม่เคยมีใบตรวจใบไหนถูกบันทึกเป็นไม่ผ่าน ช่องผลตรวจจึงยังไม่มีสัญญาณอะไรให้อ่าน — ประโยชน์ตอนนี้อยู่ที่ มีการตรวจหรือไม่ กับ ใบตรวจเลขที่อะไร ตรวจวันไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ ผู้ตรวจสอบขอดู ไม่ใช่ที่ตัวสถานะ
ขั้นนี้เป็นระดับ Inferred ไม่ใช่ Linked ทั้งที่ตัวความเชื่อมเองแน่นอน — เพราะกว่าจะมาถึงใบรับของ ต้องผ่านการจับคู่ล็อตมาก่อน และขั้นหลังจะมั่นใจกว่าขั้นที่พามาไม่ได้